วิธีกำจัดปลวกได้ผลดีที่สุด

S__3424284_0

วิธีการกำจัดปลวกที่นิยมและได้ผลจริง มีหลายวิธี โดยเฉพาะสำหรับบ้านที่มีปัญหาปลวกอย่างรุนแรง วิธีที่นิยม ได้แก่:

  1. เช็กสภาพไม้ก่อน: หากสังเกตเห็นว่าไม้เป็นรูคล้ายโดนปลวกแทะ หรือเห็นซากไม้เป็นผงเกลื่อนพื้นตรงบริเวณที่ไม้เป็นจุด นั่นอาจจะแปลได้ว่า ตอนนี้รังปลวกได้บุกมาแทะไม้บ้านคุณแล้วจริง ๆ.
  2. กำจัดปลวกด้วยแดดแรง: ปลวกเก่งเฉพาะในที่มืดเท่านั้นล่ะค่ะ พอเจอแดดแรง ๆ เข้าหน่อยก็สิ้นชีพกันแล้ว ดังนั้นหากเฟอร์นิเจอร์ของคุณโดนปลวกบุกรุกจนเกือบแย่ ให้รีบนำเฟอร์นิเจอร์ไม้ชิ้นนั้นมาตากแดดจัด ๆ ประมาณ 2-3 วัน เพื่อกำจัดปลวกให้หมดไป.
  3. เปิดฮีทเตอร์กำจัดปลวก: ฮีทเตอร์อาจเป็นอุปกรณ์ที่ไม่มีความจำเป็นกับบ้านเรา เลย แต่กลับมีประโยชน์กับการกำจัดปลวกสุด ๆ เพราะปลวกเองก็กลัวความร้อนอยู่เหมือนกัน ดังนั้นในจุดที่ไม่สามารถยกไปตากแแดดได้ก็จัดการเปิดฮีทเตอร์เผาปลวกซะเลย.
  4. ลดความชื้นในบ้าน: เมื่อไม้เจอกับความชื้นก็เข้าทางปลวกอย่างจัง ไม่เชื่อลองสังเกตตรงบริเวณที่มักมีปัญหาปลวกดูก็ได้ค่ะว่า ส่วนนั้นมีความชื้นค่อนข้างสูงด้วยกันทั้งนั้น อย่างนี้ก็แสดงว่าหากเราสามารถลดความชื้นภายในบ้านได้ ก็เท่ากับช่วยป้องกันบ้านจากปลวกได้อีกทาง.
  5. ฉีดยาฆ่าปลวก: หากปลวกเพิ่งจะมาทำรังในบ้านคุณในวงแคบ ๆ อาจกำจัดไปได้ง่าย ๆ ด้วยการใช้ยาฉีดปลวกที่มีขายอยู่ตามท้องตลาดทั่วไปกำจัดปลวกซะ ทั้งนี้ก่อนฉีกควรเปิดหน้าต่างให้โล่ง จัดพื้นที่ให้มีอากาศถ่ายเท และสวมหน้ากากและถุงมือเพื่อความปลอดภัยด้วยทุกครั้ง.
  6. อุดรูปลวกตามผนังกำแพงหรือจุดไหนในบ้านที่เป็นรอยแยก: เกิดความชำรุดเสียหายให้รีบซ่อมแซมโดยด่วน โดยอาจจะฉาบปูนเข้าไปใหม่หรือยาแนวให้แน่นหนา เพราะไม่เพียงแต่ร่องรอยแยกเหล่านี้จะเป็นช่องทางของปลวกเท่านั้น แต่มด แมลงสาบ และแมลงชนิดอื่น ๆ อาจใช่ช่องทางเดียวกันนี้เข้ามาบุกรุกบ้านคุณก็ได้.
  7. พึ่งบริษัทกำจัดปลวก: ในกรณีที่รู้ตัวอีกทีก็เจอปัญหาปลวกลามไปเกือบทั้งบ้าน แล้ว การกำจัดปลวกอาจเกินกำลังเราไปนิด ดังนั้นควรยกหน้าที่นี้ให้กับบริษัทกำจัดปลวกมืออาชีพ ซึ่งเขาจะมีวิธีและอุปกรณ์ในการซอกซอนไปกำจัดปลวกถึงรังให้สิ้นซากได้ดีกว่า เรา.
  8. ใช้เกลือกำจัดปลวก: วิธีกำจัดปลวกด้วยตัวเองแบบธรรมชาติ ไม่ต้องกลัวปัญหาเรื่องสารพิษตกค้าง ให้นำเกลือไปผสมกับน้ำอุ่นในปริมาณเท่ากัน จากนั้นนำไปใส่ขวดสเปรย์ เพื่อพ่นบริเวณจุดที่เห็นปลวกออกมา ให้พยายามฉีดอย่างสม่ำเสมอ.
  9. สังเกตสัญญาณปลวก: ปลวกมักเข้ามาในบ้านและคอยสร้างความเสียหายกับโครงสร้างบ้านหรือข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ สำหรับคนหาบริเวณที่อาจเป็นสาเหตุปลวกขึ้นบ เจอแมลงเม่า หากลองเดินในบ้านหรือหน้าบ้านแล้วพบว่ามีแมลงเม่าบินรอบดวงไฟ ถือเป็นอีกสัญญาณอันตรายว่า อาจมีปลวกอยู่ที่บ้านเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นหากพบเจอแมลงเม่า จึงแปลว่า ปลวกอาจเลือกบ้านของคุณให้เป็นรังปลวกรายต่อไปเสียแล้ว ควรหาวิธีกำจัดแมลงเม่าไว้ พร้อมๆ กับ.
  10. สังเกตชนิดปลวก: สายพันธุ์ของปลวกในประเทศไทยมีมากกว่า 200 สายพันธุ์ สามารถแบ่งกลุ่มได้เป็น 2 กลุ่มหลักๆ ดังนี้ – กลุ่มที่อาศัยอยู่ในไม้ ได้แก่ ปลวกไม้แห้ง (Drywood Termites) – กลุ่มที่อาศัยอยู่ในดิน ได้แก่ ปลวกใต้ดิน (Subterranean Termites).

Share the Post:
IPM (Integrated Pest Management) คือ การจัดการศัตรูพืชและสัตว์รบกวนแบบผสมผสาน โดยเน้นการควบคุมอย่างยั่งยืน หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีเป็นหลัก และใช้เครื่องดักแมลงเป็นหัวใจสำคัญในการเฝ้าระวังและกำจัด
IPM จัดการแมลง–สัตว์รบกวนในบ้านและอาคาร แบบยั่งยืน
เครื่องดักแมลงที่ใช้ในระบบ IPM มักไม่ได้หมายถึงเครื่องที่ใช้ไฟช็อตทั่วไป แต่เป็นเครื่องมือเฉพาะทางที่สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัย ดังนี้:
ประเภทของเครื่องดักแมลงในระบบ IPM
  1. เครื่องดักแมลงระบบแผ่นกาว (Insect Light Trap – ILT): ใช้หลอด UV ล่อแมลงบิน (เช่น แมลงวัน แมลงหวี่) มาติดกับแผ่นกาวด้านในเครื่อง ข้อดีคือซากแมลงไม่กระจาย ไม่เกิดประกายไฟ ปลอดภัยสำหรับบ้านและอุตสาหกรรมอาหาร โรงงานกับภัยเงียบจากแมลงและสัตว์รบกวนตามมาตรฐานระบบ IPM
  2. กับดักฟีโรโมน (Pheromone Traps): ใช้สารฟีโรโมนสังเคราะห์เฉพาะเจาะจงเพื่อล่อแมลงเป้าหมาย (เช่น มอดข้าว มอดแป้ง) เข้ามาติดกาว เหมาะสำหรับตรวจสอบและควบคุมประชากรแมลงในโกดังเก็บอาหาร สถานีฟีโรโมนควบคุมมอด ใช้งานง่าย ปลอดภัย เห็นผล 100% ได้มาตรฐาน ระดับสากล เป็นเครื่องมือที่ใช้สนับสนุนระบบ “IPM” ของอุตสาหกรรมผลิตอาหาร
หลักการติดตั้งตามหลัก IPM ในพื้นที่พัทยา
หากคุณต้องการใช้งานในพื้นที่หนองปรือ/พัทยา (ซึ่งมักมีปัญหาแมลงบินหรือยุงตามร้านอาหารและบ้านเรือน) การติดตั้งที่ดีที่สุดตามระบบ IPM คือ:
  • ไม่อยู่ในทิศทางลมหรือประตูเปิดโล่ง: ไม่ควรติดตั้งเครื่องดักแมลงให้ตรงกับช่องเปิดภายนอกอาคาร เพราะจะเป็นการดึงดูดแมลงจากข้างนอกเข้ามาภายใน
  • ระดับความสูงที่เหมาะสม: ติดตั้งห่างจากจุดเตรียมอาหารหรือวัตถุดิบเพื่อป้องกันการปนเปื้อน
  • การเฝ้าระวัง: ในระบบ IPM จะต้องมีการจดบันทึกชนิดและปริมาณแมลงบนแผ่นกาวทุกเดือน เพื่อประเมินความเสี่ยงและหาวิธีป้องกันทางกายภาพอื่นๆ ร่วมด้วย (เช่น การติดมุ้งลวด หรือกำจัดแหล่งน้ำขัง)